วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554

Portable program คืออะไร

Portable  program คืออะไร


ทำความรู้จักกับ Portable
    Portable คือ โปรแกรมสำเร็จรูปที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด
ซึ่งตัวโปรแกรมที่เล็กมาได้เนื่องจาก ถูก ตัด ต่อ ติด แต่ง ตืบ เตะ ต่อย (ตอเต่าทั้งน้าน)
จากตัว เต็มให้มีขนาดเล็กลงมาพร้อมใช้งานได้ตลอด


    ปกติแล้วเมื่อใรก็ตามที่เรานำ โปรแกรมมาติดตั้ง ไฟล์กลุ่มหนึ่งของโปรแกรมจะติดตั้งที่โฟลเดอร์ของตัวเองใน Program Files แต่ก็ยังมีไฟล์อีกจำนวนมากมายที่ไปติดตั้งตัวเองในโฟลเดอร์ WINDOWS รวมทั้งกลุ่มที่ไปสร้างหรือกำหนดใน Registry นอกจากนั้นก็ยังไปติดตั้งตัวเองใว้ในฐานะเผื่อแผ่ให้กับโปรแกรมอื่น ๆ ให้สามารถใช้ไฟล์สาธารณะ (หรือที่มีนามสกุล .dll) ได้ที่โฟลเดอร์ Common Files ที่เป็นโฟลเดอร์รองใน Program Files นอกนั้นก็ยังมีส่วนหนึ่งที่ติดตั้งตัวเองใน Application Data ของ User ทั้งหลายรวมไปถึง Admin....เมื่อเปิดใช้งานโปรแกรมเหล่านี้แล้วมันก็ต้องไปตามไฟล์พวกนั้นขึ้น มาร่วมทำงานด้วยเสมอ เห็นได้จากเมื่อเราต้องลง Windows ใหม่ บางท่านอาจเคยลองก็อปโฟลเดอร์ Program Files เอาใว้แล้วไปวางใส่ใน Windows ตัวใหม่ ปรากฏว่าเปิดโปรแกรมไม่ขึ้นทั้งนี้ทั้งนั้นก็เนื่องจากว่าไฟล์ที่มันติดตั้ง อยู่ในระบบหายไปเสียแล้ว เหล่านี้ก็เป็นพื้นฐานของการทำงานของโปรแกรมต่าง ๆ ใน Windows

     Portable โปรแกรมนี้ คนทำเขาสามารถตามหาจนเจอได้ว่าไฟล์ใดบ้างที่แต่ละโปรแกรมต้องใช้นอกเหนือจาก ที่อยู่ใน Program Files...อันใหนที่จำเป็นเขาก็เอามารวมใส่ อันใหนที่ไม่จำเป็นเขาก็ไม่เอามันมารวม ทำให้สามารถทำโปรแกรมที่ทำงานได้ด้วยตัวเองขนาดที่เล็กนิดเดียว ยกตัวอย่างเช่น PhotoshopCS

-ใน Program Files 175M
-ใน Common Files มีสองโฟลเดอร์ 89M + 66.5M
-ใน Application Data ของ Admin 5.59M (มี Acrobat มารวมด้วยหน่อยขอรับ)

    นอก จากนั้นก็ยังมีอีกจำนวนหนึ่งฝังอยู่ในโฟลเดอร์ WINDOWS และโฟลเดอร์ย่อยทั้งหลายภายในนั้น ในขณะที่เจ้า Portable PhotoshopCS จะมีขนาดรวมทั้งหมดเพียงแค่ 78.6MB เท่านั้น ก็ลองบวกลบคูณหารกันเอาดูขอรับ แน่นอนครับท่านความสามารถบางส่วนหายไปเช่นไม่มีโปรแกรม Image Ready พ่วงมาด้วย แต่ก็เหลือเพือสำหรับงานแต่งภาพหรือสร้างภาพ

    Portable จุดประสงค์หลักก็คือทำมาให้มีขนาดพอเหมาะในการที่จะเขียนใว้ใน Thumb หรือ Flash Drive ที่ใช้กับพอร์ต USB ที่เครื่องคอมพ์ทั้ง PC และ Notebook จะมีอยู่เป็นปกติ ทั้งนี้เพื่อสามารถนำติดตัวไปและสามารถใช้งานกับคอมพ์ใดก็ได้แม้ คอมพ์เครื่องนั้นจะไม่มีโปรแกรมเหล่านี้ติดตั้งในเครื่อง และการทำงานก็ไม่ไปกระทบอะไรกับคอมพ์เครื่องนั้นเพราะไม่ได้ไปติดตั้งอะไร ใว้เลย เอา Photoshop 

ไปแต่งภาพในเครื่องนั้นเสร็จ เซฟงานใว้ให้เขา, เอา UltraISO ไปทำหรือเขียนจากไฟล์ Images ให้เขา, เอา Norton ไปดูแล HDD ให้, เอา Flashget ไปโหลดไฟล์ให้เขา เสร็จแล้วถอด Thumb Drive ออก ทุกอย่างในคอมพ์เครื่องนั้นก็จะยังเหมือนเดิมนอกจากไฟล์ภาพที่ได้รับการแต่ง ใหม่ ไฟล์ Image ที่ได้รับการทำการเขียนเรียบร้อย ฯลฯ ในขณะเดียวกันประโยชน์อีกอย่างที่คงจะใช้เองก็คือเอาวางใว้ในเครื่อง ทำให้สามารถเรียกใช้งานได้โดยไม่ต้องติดตั้งอะไรให้เครื่องมันหนักเปล่า ๆ เลยครับท่าน ประหยัดเวลา ประหยัดเนื้อที่ ประหยัดเรื่องปวดหัวที่ไฟล์ติดตั้งมันตีกัน ลงทะเบียนไม่ผ่าน วันดีคืนดีไฟล์หายไฟล์เสีย สำคัญที่สุดคือ Windows ไม่ต้องโหลดหนักไปครับท่าน

Agile methodology คืออะไร

Agile methodology คืออะไร


          Agile methodology เป็นวิธีและเทคนิคในการพัฒนาโปรแกรมในแนวใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักพัฒนารุ่นใหม่ 
          คำว่า Agile หมายถึง คล่อง รวดเร็ว และเบา ซึ่งเกือบจะตรงกันข้ามกับวิธีการพัฒนาโปรแกรมแนวดั้งเดิม เช่น Waterfall model ที่แบ่งแยกการศึกษาความต้องการระบบ การออกแบบระบบ การพัฒนาโปรแกรมตามแบบ การทดสอบ และการนำไปใช้งานออกจากกันอย่างชัดเจน

          Agile methodology มองว่าคุณไม่สามารถแยกขั้นตอนเหล่านี้ออกจากกันอย่างเด็ดขาด และการพัฒนาโครงการใหญ่ๆที่ใช้ระยะเวลายาวนานมักประสบปัญหาเมื่อความต้องการ ของผู้ใช้เปลี่ยนไป การแก้ไขระบบจะยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผ่านการออกแบบระบบและทำเอกสารการออกแบบระบบอย่างละเอียดที่ใช้เวลาทำเป็นหลายๆเดือนไปแล้ว ใครจะอยากไปรื้อออกแบบใหม่หมด ทำให้วิธีการพัฒนาแนวคลาสสิคนี้ แม้จะดูดีในแง่ทฤษฏีแต่มักล้มเหลวในทางปฏิบัติ

โค๊ดภาษา c ตอน else-if โปรแกรมภาษาซี

ตัวอย่าง โค๊ดภาษา c ตอน else-if



#include <stdio.h>
          void main(){
                 int point;

                 printf("Input point for grade:\n");
                 scanf("%d",&point);
                 if(point){

                     }

                    }
}

Ringging+Blender พื้นฐาน Animation basic.







ทำขำๆครับ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ ลิงค์นี้เลยครับ มีคำถามปรึกษา โพต์ทไว้ครับเดี๋ยวกลับมาตอบให้

Graphics

วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554

โค๊ด C - ตัวอย่าง C - ฝึกหัด C - ภาษาซี C ตอน ชนิดข้อมูลและขนาดใน C โปรแกรมภาษาซี

ชนิดข้อมูลและขนาด(Data Types and Sizes)


      ตัวแปรที่ประกาศต้อง ถูกระบุชนิดข้อมูล เพื่อให้ทราบว่าตัวแปรเหล่านั้นจัดเก็บข้อมูลชนิดใดลงไป สำหรับใน ภาษา C  จะมีข้อมูลพื้นฐานไม่กี่ชนิด ได้แก่


    ชนิดข้อมูล                                          ความหมาย

char                                                     ข้อมูลชนิดตัวอักษร
int                                                       ข้อมูลชนิดเลขจำนวนเต็ม
float                                                    ข้อมูลชนิดเลขจำนวนจริง  
double                                                 ข้อมูลชนิดเลขจำนวนทศนิยม 2 เท่า

กฎการตั้งชื่อตัวแปร(Variable Names) โปรแกรมภาษาซี

การตั้งชื่อของตัวแปรและค่าคงที่ 


ในภาษา C
       มีความจำเป็นต้องคำนึงถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ ดังรายละเอียดดังนี้ครับผม
  1. สามารถนำตัวอักขระ ไม่ว่าจะเป็นอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ A-Z อักษรพิมพ์เล็ก a-z และตัว 0-9 รวมถึงเครื่องหมาย_(Underscore) มาใช้เพื่อการตั้งชื่อตัวแปรได้ แต่มีข้อแม้ว่า ตัวอักขระะตัวแรกจะต้องมีตัวอักษรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เครื่องหมาย_จะถือว่าเป็นตัวอักษรตัวหนึ่ง ดังนั้นจึงสามารถนำมาตั้งชื่อตัวแปรตัวแรกได้
  2. ตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ และตัวอักษรตัวพิมพ์เล็กมีความแตกต่างกัน เช่น Str และ str ถือว่าเป็นตัวแปรคนละตัว
  3. ชื่อตัวแปรจะต้องไม่ตรงกับคำสงวน ซึ่งประกอบด้วย
    auto               double               int               struct
    break             else                   long             switch
    char               enum                register         typedef
    const              float                 short             unsigned
    case               extern               return            union
    continue         for                    signed           void
    default            goto                 sizeof             volatile
    do                  if                      static             while 

วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554

โค๊ดภาษา c ตอน for statement.


For
    รูปแบบการเขียนมีดังนี้


for(initialese counter;test counter;increment counter){
    statement;
         .
         .
         .
}

ตัวอย่างเช่น
         for(int i=0;i<5;i++){
              printf("HELLO WORLD.\n"):

       }

จะทำการพิมพ์

HELLO WORLD

HELLO WORLD

HELLO WORLD

HELLO WORLD

HELLO WORLD


*-^หมายเหตุ

initialise counter หมายถึง ค่าเริ่มต้นของตัวนับจำนวนรอบ
test counter หมายถึง นิพจน์เงื่อนไขที่กำหนดไว้
increment counter หมายถึง ค่าที่เพิ่มขึ้นของตัวนับจำนวนรอบ